วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2551

ผู้​ส่งออกตื่น"ข้าวขาว"พุ่งตาม"หอมมะลิ​" ​พ่อค้าท้องถิ่น​-​ร้านทองแย่งซื้อเก็งกำ​ไร

ราคาข้าวพุ่ง​ ​หอมมะลิทะลุ​ 1,000 ​เหรียญสหรัฐ​ ​แค่​ 1 ​สัปดาห์ราคาข้าวทุกชนิดพุ่ง​ไม่​ต่ำ​กว่า​ 150 ​เหรียญสหรัฐ​ ​คาด​ได้​เห็นแน่​ 1,200 ​เหรียญต่อตัน​ ​เฮดจ์ฟันด์ผสมโรงปั่นราคาข้าวโลก​ ​พ่อค้าท้องถิ่นไทยจับมือร้านทองกว้านซื้อข้าวเปลือกเก็บกักตุน​ ​รอราคาข้าวพุ่งสูงกว่านี้​ ​จนเกิดปรากฏการณ์ข้าวนาปรังหายไป​จาก​ตลาด

ข้าวหอมมะลิ​ ​ชั้น​ 1 ​ฤดูกาลผลิตปี​ 2550/2551 ​ได้​สร้างประวัติศาสตร์​ใหม่​ ​ด้วย​ราคาที่ปรับตัวขึ้น​ถึง​ 1,009 ​เหรียญสหรัฐ​/​ตัน​ ​ซึ่ง​ถือ​เป็น​ครั้งแรกที่ราคาข้าวทะลุ​เกิน​ 1,000 ​เหรียญสหรัฐ​ ​นอก​จาก​นี้ภาย​ใน​ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวขาว​ FOB ​ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า​ 150 ​เหรียญสหรัฐ​/​ตัน​ ​ถือ​เป็น​ความ

ผันผวนชนิดที่คน​ใน​วงการค้าข้าว​ไม่​เคยเจอ​กัน​มาก่อน​

โดย​สมาคม​ผู้​ส่งข้าวออกต่างประ​เทศ​ ​รายงานราคาส่งออกข้าว​ ​ณ​ ​วันที่​ 2 ​เมษายน​ 2551 ​พบว่า​ ​ราคาข้าวหอมปทุมธานีปรับมา​อยู่​ที่​ 930 ​เหรียญสหรัฐ​/​ตัน​, ​ข้าว​ 100% ​ชั้น​ 1 ​อยู่​ที่​ 827 ​เหรียญสหรัฐ​/​ตัน​, ​ข้าว​ 5% ​ตันละ​ 779 ​เหรียญสหรัฐ​ ​และ​ ​ข้าว​ 25% ​ขึ้นไป​ถึง​ตันละ​ 740 ​เหรียญสหรัฐ​ ​ผู้​ค้าคาดราคาข้าวทะลุ​ 1,200 ​เหรียญ

แหล่งข่าว​จาก​วงการค้าข้าว​ได้​ให้​ภาพ​ความ​ผันผวนของราคาข้าว​ใน​ขณะนี้ว่า​ ​แนวโน้มราคาที่​ผู้​ส่งออกมองขณะนี้คือ​ 1,200 ​เหรียญสหรัฐ​/​ตัน​ ​เนื่อง​จาก​ผู้​ผลิตข้าว​ทั้ง​เวียดนาม​และ​อินเดีย​ยัง​ห้ามส่งออก​ ​ขณะที่ข้าวนาปรังของไทยออก​แล้ว​ ​แต่​ไม่​มีสินค้า​ใน​ตลาด​ ​ประกอบ​กับ​ฟิลิปปินส์กำ​ลังเปิดประมูลข้าว​ใน​วันที่​ 17 ​เมษายนนี้​ ​ส่วน​อีกหลายประ​เทศที่​ยัง​ไม่​ได้​เปิดประมูล​ ​แต่​ต้อง​การซื้อข้าวเช่น​กัน​ ​ได้​แก่​ ​อินโดนี​เซีย​กับ​อิหร่าน​

แม้ว่าราคาข้าว​ใน​ขณะนี้​จะ​ถือว่าสูง​แล้ว​ ​แต่​ผู้​ค้าข้าวมองไป​ถึง​ราคาประมูลฟิลิปปินส์​ ​หากเปิดสูงขึ้นไปอีก​ ​แน่นอนว่า​จะ​ทำ​ให้​อินโดนี​เซีย​-​อิรัก​-​อิหร่าน​ ​จำ​เป็น​ต้อง​ซื้อข้าว​ใน​ราคาที่สูงไป​ด้วย​ ​ทำ​ให้​เกิดการเก็งว่า​ ​ราคาข้าว​จะ​ปรับตัวสูงขึ้นอีก​ ​จาก​ข้อมูล​ทั้ง​หมดส่งผล​ให้​คนที่มีข้าว​อยู่​ใน​มือ​ไม่​ยอมขายข้าวออกสู่ตลาด​ ​กลาย​เป็น​แรงกดดัน​ให้​ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน

ทั้ง​นี้​ใน​วันที่​ 5 ​เมษายนที่ผ่านมา​ ​นายมิ่งขวัญ​ ​แสงสุวรรณ​ ​รองนายกรัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ ​ได้​เรียกประชุมเพื่อหารือ​ถึง​แนวทางการแก้​ไขปัญหาข้าว​ทั้ง​ระบบร่วม​กับ​ 13 ​องค์กร​ ​อาทิ​ ​สมาคมชาวนา​ไทย​, ​สมาคม​ผู้​ส่งข้าวออกต่างประ​เทศ​, ​สมาคมโรงสีข้าวไทย​ ​และ​สมาคม​ผู้​ประกอบการข้าวถุงไทย​ ​เป็น​ต้น​ ​เพื่อรับฟังปัญหา​ ​กำ​หนดแนวทาง​ใน​การแก้​ไขปัญหาข้าว​ทั้ง​ระบบ​ ​โดย​จะ​ยึดหลัก​ความ​สมดุลของการบริ​โภคภาย​ใน​ประ​เทศ​และ​ส่งออก​

เปิดตัว​ "พ่อค้าท้องถิ่น" ​กักตุนข้าว

ปกติ​ใน​ช่วงเวลานี้​ "ข้าวนาปรัง" ​จะ​เริ่มออกสู่ตลาด​ ​แต่ปรากฏว่า​ ​ผู้​ส่งออก​และ​ ​โรงสีหลายรายพยายามรับซื้อข้าว​ ​แต่กลับ​ไม่​มี​ใครเอาข้าวมาขาย​ให้​ ​เช่นเดียว​กับ​ชาวนาที่ระบุว่า​ ​ขายข้าวไปหมด​แล้ว​ ​ทำ​ให้​หลายคนสงสัยว่า​ "ข้าวหายไปไหน​?" ​แหล่งข่าว​จาก​กลุ่มโรงสีระบุว่า​ ​กลุ่มพ่อค้าท้องถิ่นเริ่ม​เข้า​มามีบทบาท​ใน​การรับซื้อข้าวอย่างผิดหูผิดตา​ ​โดย​อาศัยการระดมทุน​จาก​คนมี​เงิน​ใน​ท้องถิ่น​ ​เช่น​ ​ร้านทอง​ ​เข้า​ไปกว้านซื้อข้าวเปลือกมา​เก็บสต๊อกกักตุน​ไว้​

"​ใน​เวลาปกติ​ ​พ่อค้าท้องถิ่น​ ​ถือ​เป็น​คนกลางระหว่างชาวนา​กับ​โรงสี​อยู่​แล้ว​ ​เมื่อซื้อข้าวมา​จาก​ชาวนา​จะ​รีบนำ​มาขาย​ให้​กับ​โรงสี​ ​แต่​ใน​ช่วงนี้​ ​คนกลุ่มนี้กลับเร่งระดมทุนรวมกลุ่ม​กัน​ซื้อข้าวเปลือกไปเก็บสต๊อก​ไว้​ ​และ​จำ​นวนของพ่อค้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้นมาก​ ​น่า​จะ​มีจำ​นวนนับแสนรายมากกว่า​โรงสีข้าว​ ​ซึ่ง​มี​อยู่​ประมาณ​ 10,000 ​ราย​ ​ทำ​ให้​ปริมาณข้าวนาปรังที่กำ​ลังออกผลผลิต​ไม่​ไหลออกสู่ตลาด" ​แหล่งข่าวกล่าว​

อย่างไรก็ตาม​ ​ปัญหา​จาก​การเก็บสต๊อกของกลุ่มพ่อค้าท้องถิ่นคือ​ ​การเก็บข้าว​ ​จำ​เป็น​ต้อง​ใช้​ไซโล​และ​ดู​แลอย่างเหมาะสม​ ​แต่กลุ่มนี้​ไม่​มี​ความ​สามารถ​ใน​การเก็บ​ ​แต่​ต้อง​การเก็งกำ​ไร​ ​ความ​จริงราคาข้าวหอมมะลิ​อยู่​ที่​เกวียนละ​ 16,000-17,000 ​บาท​ ​ข้าวขาวเกวียนละ​ 13,000-14,000 ​บาท​ ​น่า​จะ​ปล่อยของ​ได้​แล้ว​ ​ถ้า​นานไปข้าวอาจ​จะ​เสียหาย​ ​หรือ​ราคา​ไม่​ขึ้นสูงอย่างที่คิด​ ​และ​การระดมทุนมาอาจ​จะ​ต้อง​เสียดอกเบี้ยสูง​ ​ถึง​เวลาอาจ​จะ​เกิดปัญหา​ได้​ ​หากราคาข้าว​ไม่​ขึ้นไปสูงอย่างที่คาดการณ์​ไว้

ผู้​ส่งออกชี้​เฮดจ์ฟันด์ปั่นราคาข้าว

ด้าน​ผู้​ส่งออกข้าว​ส่วน​ใหญ่​ใน​ขณะนี้หยุดรับออร์​เดอร์​ใน​เดือนเมษายน​-​พฤษภาคม​แล้ว​ ​เนื่อง​จาก​ราคาข้าวผันผวน​และ​ไม่​สามารถ​หาข้าว​ใน​ท้องตลาด​ได้​ ​ใน​ส่วน​ของ​ ​สมาคม​ผู้​ส่งข้าวออกต่างประ​เทศ​ ​ที่​ได้​ประชุม​กัน​ไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามี​ความ​เห็นว่า​ ​รัฐบาลควรปล่อย​ให้​ข้าว​เป็น​ไปตามกลไกตลาด​และ​คาดว่าราคาข้าว​จะ​ลด​ความ​ร้อนแรงลง​ใน​ช่วงไตรมาส​ 3 ​เนื่อง​จาก​ข้าวไทย​และ​ข้าวเวียดนามเริ่มออกสู่ตลาด​

ส่วน​มาตรการส่งออก​ด้วย​การกำ​หนดราคาขั้นต่ำ​ (maximum export price ​หรือ​ MEP) ​คงทำ​ได้​ยาก​ ​และ​อาจ​จะ​เกิดผลกระทบคนละด้าน​กับ​ที่​ต้อง​การ​ ​เมื่อ​ไม่​มีการประ​เมินผลกระทบ​จาก​การประกาศ​ MBP ​ที่ชัดเจน​ ​ซึ่ง​อาจ​เป็น​ไป​ได้​ที่​จะ​ทำ​ให้​ราคาข้าวสูงขึ้นอย่างแรง​ ​หรือ​ปรับลดลงอย่างแรงก็​ได้​ทั้ง​ 2 ​ทาง

ด้านนางสาวกอบสุข​ ​เอี่ยมสุรีย์​ ​เลขาธิการสมาคม​ผู้​ส่งข้าวออกต่างประ​เทศ​ ​กล่าว​กับ​ "ประชาชาติธุรกิจ" ​ว่า​ ​ความ​ร้อนแรงของราคาข้าว​ใน​ตลาดโลกขณะนี้​เป็น​ผลมา​จาก​การเก็งกำ​ไรของเฮดจ์ฟันด์ต่างประ​เทศ​ ​และ​การกักตุนข้าวของโบรกเกอร์ข้าวต่างประ​เทศ​ ​ซึ่ง​ได้​เริ่มกระบวนการซื้อข้าวกักตุนตั้งแต่​เดือนพฤศจิกายน​ 2550 ​เพราะ​กลุ่มนี้จับกระ​แสราคาสินค้า​เกษตรมี​แนวโน้มปรับสูงขึ้น​ได้​ ​จึง​เริ่มทุ่มซื้อเพื่อเก็งกำ​ไร​ ​ราคาปรับสูงขึ้นไป​ถึง​ 1-2 ​เท่า​

แหล่งข่าว​จาก​สมาคมโรงสีข้าวไทยเห็นว่า​ ​ผู้​ส่งออกควรแจ้งการรับออร์​เดอร์​กับ​กระทรวงพาณิชย์​ ​พร้อมตรวจสอบ​ให้​ทราบปริมาณสต๊อกข้าวของ​ผู้​เกี่ยวข้อง​ทั้ง​โรงสี​- ​ผู้​ส่งออก​ ​รวม​ถึง​ปริมาณผลผลิตข้าว​ ​เพื่อทราบว่ามีปริมาณข้าว​เท่า​ไหร่​ ​นอก​จาก​นี้รัฐบาล​ไม่​ควรปั่นราคาข้าว​ ​เพราะ​การ​ให้​ข้อมูล​เป็น​สิ่งที่อ่อนไหวมาก​

เช่น​ ​การประกาศว่าราคาข้าวสาร​จะ​พุ่งไป​ 5 ​เท่า​ ​ทำ​ให้​ราคาข้าว​เท่า​กับ​ 60,000 ​บาท​ ​เกิดปัญหาข้าวถุงปรับราคา​เพิ่มขึ้น​จาก​ 75 ​บาท​ ​เป็น​ 90-100 ​บาท​ ​จนกระทั่งราคาข้าวล่วงหน้าของไทยปรับ​ "สูงกว่า​" ​ตลาดล่วงหน้าชิคา​โกไป​ 70% ​เช่น​ ​ข้าวเปลือก​ ​ชิคา​โก​เท่า​กับ​ 13,500 ​เหรียญ​ ​แต่​เมื่อทอนกลับ​เป็น​ข้าวขาว​ 5% ​ใน​ตลาดสินค้า​เกษตรล่วงหน้า​แห่งประ​เทศไทย​ (AFET) ​ปรับสูงขึ้น​เป็น​ 18,000 ​เหรียญสหรัฐ​ ​เป็น​ต้น

ประชาชาติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ภาพถ่ายดาวเทียม